เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่าที่วัดสุดสวาสดิ์ ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีการรื้อศาลาหลังเก่า เพื่อสร้างใหม่ มีการขุดพบกุรพระนางพญาจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่ภายในบริเวณวัด มีชาวบ้านจำนวนมากแห่กันมาขุดค้นหากรุพระกันตั้งแต่ตี 5 โดยมีรถแบ็กโฮขุดรื้อถอนซากศาลาออกจากพื้นดิน ตลอดเวลามีชาวบ้านคุ้ยเขี้ยกองดิน พบพระเครื่องเนื้อดินเผากระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านที่มามุงดูต่างเข้ายื้อแย่งชิงเอาไปเป็นของตัวเองจำนวนมาก ต่อมาทางวัดได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความสงบ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาแย่งกรุพระของทางวัด ซึ่งก่อนหน้ามีชาวบ้านมาขุดคุ้ยได้พระไปนับพันองค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพที่ขุดพบกรุพระเครื่องครั้งนี้ รถแบ็กโฮขุดลึกประมาณ
3 เมตร วัตถุลักษณะเป็นโอ่งหรือไหดินโบราณสภาพที่แตกไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากถูกรถแบ็กโฮขุดไปโดนในช่วงแรก ปรากฏว่าพบกรุพระเครื่องบรรจุอยู่ข้างใน จึงได้ใช้เสียมเสาะรอบข้าง เพื่อนำเอาขึ้นมาในลักษณะเหมือนเดิม แต่สภาพแตกไปแล้วครึ่งโอ่ง
พระครูประภัศร์โสตถิคุณ เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า ก่อนหน้าทางวัดต้องการจะสร้างศาลาหลังใหม่ เนื่องจากหลังเดิมที่รื้อถอนอยู่ในสภาพทรุดโทรม เพราะเป็นศาลาดินเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ช่วงหลังมีการเทพื้นปูนแทนของเก่า จึงใช้ได้ต่อมาอีกหลายสิบปี แต่หลังจากนั้นศาลาเริ่มเสื่อมโทรมตามสภาพ จึงได้ทำการรื้อทิ้งเพื่อจะวางรากฐานสร้างหลังใหม่แทน หลังจากนั้นได้ว่าจ้างรถแบ็กโฮมาทำการขุดพื้นปูนซีเมนต์ และขุดเสาที่ฝังอยู่ใต้ดินก่อน แต่ปรากฏว่าระหว่างที่รถแบ็กโฮขุดดินมาเททิ้ง มีพระติดมาจำนวนหนึ่ง จึงได้สั่งให้คนขับแบ็กโฮขุดเปิดหน้าดินเป็นบริเวณกว้างลึกลงไปประมาณ
3 เมตร พบพระบรรจุอยู่ในไหโบราณขนาดใหญ่มีพระนางพญาบรรจุอยู่เต็ม เป็นพระนางพญากรุวัดสุดสวาทที่เคยแตกเมื่อร่วม 100 ปี ที่ผ่านมา เพราะสภาพพระและภาชนะที่บรรจุอยู่ในสภาพที่เปื่อยยุ่ย
ด้านนายพลายลน ศรีเมือง กำนันตำบลบ้านคลอง กล่าวว่า หลังจากที่วัดได้เริ่มรื้อถอนศาลหลังเก่า ตนได้เข้ามาดูแลความเรียบร้อย ซึ่งได้ทำการรื้อถอนศาลามาแล้วสองวัน วันแรกไม่พบกรุพระเครื่องแต่อย่างไหน แต่ช่วงวันที่สองขณะที่รถแบ็กโฮขุดดินขึ้นมา ปรากฏว่าพระครูประภัศร์โสตถิคุณ เจ้าอาวาสวัด เห็นพระเครื่องติดมากับดินพร้อมกันด้วย จึงได้ขุดลงไปจนพบชนะบรรจุพระจำนวนมาก พร้อมภาชนะกระเบื้องน่าจะเป็นสังฆโลก ส่วนศาลาหลังดังกล่าวปลูกสร้างมานานแล้วตั้งแต่ตนยังไม่เกิดเป็นศาลาดิน ช่วงหลังมีการปรับปรุงเทพื้นคอนกรีต พร้อมกับนำพระประธานมาตั้งไว้กราบบูชา ซึ่งเป็นรูปปั้นหลวงปู่โง่น และรูปปั้นสมเด็จพุทธจารย์โตพรมรังสี แต่ไม่มีการนำพระมาฝังเอาไว้ ซึ่งกรุพระที่ขุดพบเป็นพระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์เนื้อดินเก่า อายุน่าจะเกิน 100 ปี ตอนนี้ทางวัดและคณะกรรมการเตรียมจะนำออกมาให้บูชา เพื่อนำรายได้มาสร้างศาลาหลังใหม่
อาจารย์ ไพบูลย์ ปาณะดิษ ผู้รอบรู้พระเครื่อง พระบูชาไทย จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า เท่าที่ตนมาพิสูจน์กรุแตกที่วัดสุดสวาสดิ์ นั้นของจริง ไหที่บรรจุพระนางพญากรุนี้อายุประมาณ 400 ปี โดยสังเกตุจากเนื้อไห ที่ถูกฝังดินมานาน จนเกิดการออกซิเดชั่นของเนื้อไหจนมี 2 ชั้น คาดว่าถูกฝังในสมัยอยุธยาตอนกลาง ยุคที่สมเด็จพระนเรศวรเคยสร้างพระขุนแผน กรุบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี แต่พระนางพญาสุดสวาสดิ์ที่เห็นนี้ ประชาชนทั่วไปเป็นคนสร้าง จึงไม่นิยมเก็บไว้ตามบ้านเรือน ยุคนั้นเขาสร้าง 1 ธรรมขันธ์ หรือ 84,000 องค์ ฝังไว้ในวัด ซึ่งพระนางพญาสุดวาสดิ์ก็ถูกฝังไว้ใต้ศาลานั่นเอง ฉะนั้นเนื้อดินพระนางพญาย่อมถูกสร้างสมัยอยุธยาตอนกลางๆเช่นกัน