ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายชูชาติ อุทะโก
ผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมพิรามวิทยาคม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ว่าขณะนี้ที่โรงเรียนมีขวัญใจเพื่อนนักเรียน ที่ทุกคนตั้งแต่ม.1-ม.6 ต่างรู้จักและแสดงความรักความเอ็นดูเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน
เพื่อน ๆ ต่างเรียกน้องท็อปด้วยความเอ็นดู นักเรียนชั้นม.4 นายอมรเทพ ชอบทองหลาง อายุ 15 ปี ชื่อเล่น”ท็อป” ด้วยรูปร่างที่เล็กกว่าเด็กนักเรียนวัยเดียวกันมาก
มีส่วนสูง
116 เซนติเมตร น้ำหนักตัว
23 กิโลกรัม แต่ระดับสติปัญญาและการเรียนรู้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนชั้นม.4 ได้ทุกอย่าง รวมถึงมีความสนใจมากด้านการดนตรี
น้องท็อป หรือ
นายอมรเทพ ชอบทองหลาง อายุ 15 ปี เกิดวันที่ 5 กันยายน 2536 เป็นลูกชายคนเดียวของนาย
ไพฑูรย์ ชอบทองหลาง
อายุ 45 ปี และนางสุรินทร์
ชอบทองหลาง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 บ้านคลองมาแพลบ ต.ศรีภิรมย์
อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เรียนชั้นป.1-ป.6 ที่โรงเรียนวัดคลองมะเกลือ เรียนชั้นม.1-ม.3 ที่โรงเรียนคลองมะเกลือ ขณะนี้กำลังเรียนชั้นม.4 ที่โรงเรียนพรหมพิรามวิทยาคม
น้องท็อป เล่าให้ฟังว่า
รู้ตัวว่าร่างกายเติบโตผิดปกติเมื่ออายุประมาณ 8-9 ขวบ
ขณะนั้นเรียนอยู่ชั้นป.3-ป.4
พ่อและแม่พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราช
แพทย์บอกว่าร่างกายขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต แพทย์ให้ยามากิน
แต่ร่างกายก็ไม่โตขึ้น และก็ไม่ได้รักษาต่อ อยากมีร่างกายที่เติบโตเหมือนเพื่อน ๆ
นางสุรินทร์ ชอบทองหลาง แม่น้องท็อป กล่าวว่า ตอนแรกเกิดน้องท็อปมีน้ำหนักตัว
3.2 กิโลกรัม ช่วงเล็ก ๆ ก็เจริญเติบโตเหมือนเด็กปกติทั่วไป มาผิดปกติเมื่ออายุประมาณ 9 ขวบ ขณะนั้นเรียนอยู่ชั้นป.3
ร่างกายน้องท็อปไม่เจริญเติบโตเหมือนเพื่อน ๆ ตนจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราช
แพทย์วินิจฉัยว่าร่างกายขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต
ครั้งนั้นแพทย์บอกว่ามีวิธีการรักษาโดยการฉีดยาทุกเดือน มีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 120,000 บาท และไม่รับประกันว่าจะรักษาให้เจริญเติบโตได้หรือไม่
เป็นเหมือนการทดลอง ตนและสามีตัดสินใจไม่ฉีดยา เพราะค่าใช้จ่ายสูง ครอบครัวตนมีอาชีพค้าขายของในหมู่บ้านไม่มีเงินมากพอ
แพทย์ให้ยามากิน และกินจนหมดและไม่ได้รับการรักษาต่อ
นางสุรินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน "โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว" ณ
วัดใหม่โพธิ์งาม ม.9 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม วันอังคารที่ 9
มิถุนายน 2552 พระองค์ทรงมีเมตตาให้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราช
จ.พิษณุโลก พาน้องท็อปมาตรวจร่างกายได้ 2 ครั้งแล้ว วันที่ 16 มิถุนายน 2552 พามาตรวจเลือด แพทย์ระบุว่าร่างกายน้องท็อปขาดฮอร์โมนทุกอย่าง
โดยเฉพาะฮอร์โมนไทยลอย์ ที่มีผลต่อระบบความคิด ถ้าไม่รักษาจะทำให้ระบบความจำเสื่อมลงไปเรื่อย
ๆ ขณะนี้แพทย์นัดมาตรวจเลือดทุกเดือน พร้อมกับให้ยาไปกินควบคู่กันไป
จะตรวจอีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2552
จะรู้ว่าต้องรักษาแบบไหนต่อไป
นาง สุรินทร์ กล่าวต่อว่า
น้องท็อปสามารถเข้ากับสังคมและเพื่อน ๆ ทั่วไปได้ดี เมื่อไปโรงเรียนก็เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้ดี
สัมยประถมสอบได้ที่ 1-3 ตลอด แต่ขึ้นมัธยมเกรดตกได้แค่ 2 กว่า ๆ เมื่อกลับมาบ้านชอบเล่นกับเด็กอายุ 2-3 ขวบ
กีฬาที่ชอบมากที่สุดคือเปตอง น้องท็อปชอบเล่นดนตรี ชอบตรีกลอง
ไปสมัครเข้าชมรมดนตรี แต่ร่างกายเล็ก ครูจึงให้เล่นฟรุต ( ขลุ่ย ) น้องท็อปมีความฝันว่าอยากเป็นทหาร
ตนได้บอกลูกว่าร่างกายเราเป็นอย่างนี้คงเป็นทหารไม่ได้
ขณะนี้มีความชอบด้านอิเลคทรอนิค ตนให้เรียนในชั้นสามัญไปก่อน
แล้วค่อยไปศึกษาต่อด้านอาชีพอิเลคทรอนิคภายหลัง
การรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชก็พอมีความหวังบ้าง ครอบครัวตนรู้สึกทราบซึ่งที่ทรงมีเมตตา
นายชูชาติ เผยว่า
ตั้งแต่น้องท็อปเข้ามาเรียนชั้นม.4
สร้างสีสันให้กับโรงเรียนอย่างมาก เรียกว่าเป็นขวัญใจของโรงเรียนเลยทีเดียว
สามารถเข้าเรียนและทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ นักเรียนในชั้นเดียวกันทุกอย่าง
ไปสมัครเข้าวงดุรยางค์ของโรงเรียน และสามารถร่วมวงได้อย่างดี